อย่าก๊อบปี้ข้อมูลของเรานะ ไม่มีอะไรให้น่าคัดลอกหรอก สงสารเราเถอะ กว่าจะทำ
All rights reserved
Copyright © By Tkung

แก้ชง 9 วัด 1 ตลาด ใจสะอาด รับปีจอ ปี 2561

แก้ชง 9 วัด ใจสะอาด รับปีจอ ปี 2561

สวัสดีครับห่างหายไปนานมากกับการท่องเที่ยว เปิดทริปศักราชของปีนี้ ผมต้องขอไปแก้ชงปีจอ และสายบุญต้อนรับเปิดทริป 2018 โดยในปีนี้ผมได้เลือกไปแก้ชงและทำบุญเก้าวัดไปในตัว เลือกที่จะไปวัดที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งใกล้กรุงเทพฯและการเดินทางสะดวก โดยเราเดินทางโดยรถยนต์ รอบนี้ไปกับผู้ร่วมทริปรวม 4 คนแบบสายโสดโปรดเข้าใจ และผมเองไม่ได้ขับเป็นอะไรที่สบายมาก มีเวลาได้เขียนและบันทึกเรื่องราวได้เต็มที่ เราได้นัดกันที่เมกกะบางนาเวลา 08.00 น. ล้อหมุน และเดินทางทางไปเส้นกาญจนาเข้ามอเตอร์เวย์ไปยังบางประอินอยุธยา ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 1 ชม. นิดๆก็ถึงละครับ

เวลา 9.20 น. เราก็ถึงวัดที่ 1 ของเราคือวัดวัดใหญ่ชัยมงคล เดิมชื่อ "วัดป่าแก้ว" หรือ "วัดเจ้าไท" ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะพระนคร ปัจจุบันเป็นพื้นที่ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จุดเด่นของวัดได้แก่เจดีย์องค์ใหญ่ที่เชื่อกันว่า ได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

เวลา 9.50 น. เดินทางไปยังวัดที่ 2 คือวัดพนัญเชิงวรวิหาร ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก วัดพนัญเชิง เป็นวัดที่มีประวัติอันยาวนาน ก่อสร้างก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา และไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง ตามหนังสือพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระเจ้าสายน้ำผึ้งเป็นผู้สร้าง และพระราชทานนามว่า วัดเจ้าพระนางเชิง เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อซำปอกง เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และใหญ่ที่สุดในพระนครศรีอยุธยา และที่วัดยังมีศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ที่เป็นที่แก้ชง และขอความรัก คู่ครองได้ ซึ่งทางผมก็ได้มาแก้ชงและไหว้พระที่นี่นานนิดหน่อย

เวลา 10.40 น. วัดที่ 3 วิหารพระมงคลบพิตร ซึ่งจะอยู่คนละฝั่งกับสองวัดแรก เดินทางประมาณ 10 นาทีก็ถึง ซึ่งวิหารพระมงคลบพิตร เป็ดวัดอารามหลวงตั้งอยู่ที่ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทางทิศใต้ของวัดพระศรีสรรเพชญ์ มีจุดเด่นที่สำคัญคือเป็นวัดเก่าแก่ในเขตกำแพงเมือง ที่ได้รับการบูรณะอย่างดี ภายในวิหารมีพระมงคลบพิตร พระพุทธรูปประธานขนาดใหญ่ที่เสียหายตั้งแต่เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง แต่ได้รับการบูรณะใหม่ทั้งหมด ด้วยทองสำริดหุ้มทองตามปัจจุบัน แต่วันนี้ที่ไปปิดบูรณะก็เลยได้ไหว้ข้างล่างแทน และตลอดทางไปไหว้พระนั้นมีร้านขายของมากมายหลายร้านโดนเฉพาะสายไหมที่ขึ้นชื่อ

เวลา 11.10 น. วัดที่ 4 วัดธรรมิกราช เดิมชื่อ วัดมุขราช เป็นอดีตพระอารามหลวงในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ใน อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ติดกับพระราชวังโบราณ และวัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดธรรมิกราช สร้างขึ้นโดย พระยาธรรมิกราชโอรสของพระเจ้าสายน้ำผึ้ง จึงสันนิษฐานว่าคงสร้างขึ้นก่อนที่จะสถาปนากรุงศรีอยุธยา ซึ่งเดิมชื่อวัดมุขราช ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อตามผู้สร้างเป็นวัดธรรมิกราช โดยวันนี้ทางผู้ร่วมทริปก็ได้เป็นเจ้าภาพในการสร้าง ศาสนสถานของวัดอีกด้วย ได้พระมากหลายองค์เลย

เวลา 11.40 วัดที่ 5 วัดหน้าพระเมรุ ตั้งอยู่ที่อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ริมคลองสระบัวด้านเหนือของคูเมือง (แม่น้ำลพบุรีเก่า) ตรงข้ามกับพระราชวังหลวง มีชื่อเดิมว่า "วัดพระเมรุราชการาม" สิ่งสำคัญที่ปรากฏภายในวัดนี้ คือ พระอุโบสถและพระพุทธรูปประธานทรงเครื่องใหญ่ ซึ่งคงสร้างขึ้นราวรัชกาลของพระเจ้าปราสาททอง หน้าบันของพระอุโบสถเป็นไม้แกะสลักปิดทองที่แสดงรูปพระนารายณ์ทรงครุฑแวดล้อมด้วยเหล่าเทวดา ใกล้เที่ยงแล้วเราต้องไปหารทานกันก่อนไปไหวต่อ มาได้ครึ่งทางแล้วรักษาเวลาได้ดีมาก

เวลา 12.20 เราก็ได้แวะพักทานข้าวกันก่อนที่ ตลาดน้ำอโยธยา ซึ่งเป็นตลาดน้ำที่เป็นไฮไลท์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เลยที่เดียว และอาหารก็มีกหลายหลายนะครับ แต่ทางผมเลือกทานตำถาด ปลาเผาและห่อหมก ซึ่งโอเคเลยครับรสชาติเหมือนกรุงเทพฯ ออกหวานนิดๆ อร่อยดี ขนมหวานที่นี่ก็เยอะมากมีมากมายหลายแบบเลือกซื้อเลือกชมกันได้ตามสบาย และที่นี่ยังมีการนั่งช้างพาชมหมู่บ้านด้วยนะครับ

เวลา 13.30 เราก็ไปต่อวัดที่ 6 วัดสมณโกฏฐาราม หรือ วัดสมณโกศ ซึ่งอยู่ใกล้ตลาดน้ำอโยธยา เดิมเป็นวัดที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งชื่อว่า วัดพระยาพระคลัง เป็นวัดที่มีขนาดใหญ่กินพื้นที่สองฝั่งคลอง แต่ละฝั่งจะประกอบด้วย วิหาร โบสถ์ เจดีย์และสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ในสมัยสมเด็จพระเพทราชา สันนิฐานว่าวัดสมณโกศ เป็นวัดที่เจ้าพระยาโกษาธิปดี เป็นผู้ปฏิสังขรเพื่อเป็นวัดประจำตระกูล โดยส่วนตัวผมชอบวัดนี้นะ ได้ทำสังฆทานด้วยคนไม่เยอะ

เวลา 14.10 วัดที่ 7 วัดกษัตราธิราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา นอกเกาะเมืองทางด้านทิศตะวันตก ตรงข้ามกับวังหลังหรือวังสวนหลวง เดิมชื่อ "วัดกษัตรา" หรือ "วัดกษัตราราม" มีพระประธานในพระอุโบสถที่มีแท่นฐานผ้าทิพย์ปูนปั้น ฝีมือประณีตงดงาม ใบเสมาของพระอุโบสถเป็นใบเสมาคู่แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง อากาศช่วบ่ายเริ่มร้อนอย่างไรใครจะได้เตรียมร่มกันด้วยนะครับ

เวลา 14.50 วัดที่ 8 วัดพุทไธศวรรย์ เป็นพระอารามหลวงตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ในตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา ในสมัยกรุงศรีอยุธยา วัดพุทไธศวรรย์เป็นพระอารามหลวงที่ใหญ่โตและมีชื่อเสียงวัดหนึ่ง ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ ปรางค์ประธาน องค์ใหญ่ศิลปะแบบขอม ตั้งอยู่กึ่งกลางอาณาเขตพุทธาวาสบนฐานไพที ซึ่งมีลักษณะย่อเหลี่ยมมีบันไดขึ้น 2 ทาง ตอนนี้มีการสร้างพระปรางค์ใหม่เพิ่มขึ้น

เวลา 15.40 วัดที่ 9 วันสุดท้ายที่เราไม่ได้ตั้งใจว่าจะไปวัดไหน โดยเราระบุเพียงว่าถ้าเจอวัดไหนก่อนก็เข้าเลยซึ่งเราก็ได้ วัดขุนพรหม ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมน้ำ และมีที่ประดิษฐานของพระพรหมขนาดใหญ่หันหน้าออกไปยังริมน้ำ คนไม่เยอะครับ คิดว่าน่าจะเป็นวัดบ้าน ไม่ได้ดังอะไร แต่ผมชอบนะรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน

สรุปทริป แก้ชง 9 วัด 1 ตลาด ใจสะอาดรับปีจอ ปี 2561 รู้สึกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก ผมว่าบางทีชีวิตมันก็ต้องมีที่พึ่งทางใจบ้าง ได้ออกไปเผชิญโลกกว้างบ้าง ซึ่งเราเองสามารถแบ่งการใช้ชีวิตได้ ไม่จะเป็นต้องใหม่มันซ้ำซากอยู่ตลอดเวลา ต้องขอบคุรผู้ร่วมเดินทางทุกท่านด้วยนะครับ ไว้มีโอกาสเราไปเที่ยวกันใหม่ สำหรับวันนี้ขอจบการรีวิวแต่เพียงเท่านี้ครับ ไว้พบกันใหม่ในทริปต่อไป

Comments are closed.